ป่าชายเลน สถานที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของทะเล

mangrove forest

ท่ามกลางเทคโนโลยีล้ำสมัยและการเปลี่ยนแปลงของโลกที่พัฒนามากขึ้นทุกวันๆ ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่ยังคงเป็นแหล่งรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลให้คงอยู่และดำเนินไปตามระบบนิเวศของสัตว์น้อยใหญ่ นั่นก็คือ ป่าชายเลน ที่เป็นแหล่งสังคมพืชที่ตั้งอยู่ในเขตน้ำที่ขึ้นสูงสุดและเขตน้ำลงต่ำสุด ในบริเวณปากแม่น้ำ ชายฝั่งทะเล  เกาะ ทะเลสาบและอ่าว  เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หลากหลายตระกูล ที่ออกใบเขียวตลอดทั้งปี โดยเฉพาะพันธุ์ไม้สกุลโกงกาง ที่ทำให้หลายคนเรียกว่าป่าโกงกางนั่นเอง

 

ในปัจจุบันนี้พื้นที่ป่าชายเลนทั้งหมดทั่วโลกมีอยู่ราวๆ 113,428,089 ไร่ โดยป่าชายเลนในเขตร้อนที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียที่จะมีพื้นที่ประมาณ  43.6 ของป่าชายเลนทั่วโลก หรือประมาณ 52,559,339 ไร่ โดยประเทศที่มีป่าชายเลนมากที่สุดในในเอเชียคือประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งป่าชายเลนนั้นเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่อนุรักษ์ที่ได้รับการรณรงค์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวหันมาให้ความสำคัญและร่วมปลูกป่าชายเลน ทำกิจกรรมปลูกป่าชายเลนอเนื่องจากการปลูกป่าชายเลนนั้นเต็มไปด้วยประโยชน์และมีคุณค่ามหาศาลเลยทีเดียว

mangrove forest

ป่าชายเลน เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญอย่างมากเต็มไปด้วยทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์และมีคุณค่าถูกรวบรวมเอาไว้มากมาย เรียกได้ว่าภายในป่าโกงกางหรือป่าชายเลนนั้นมีส่วนประกอบทางธรรมชาติที่มากมายมหาศาลที่จะช่วยเป็นแหล่งอาหารให้แก่สัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่า ไม่ว่าจะเป็นปลา ปู หนอนหรือกุ้งและสัตว์อื่นๆอีกมากมาย ที่จะกินอาหารจากเหล่าเศษไม้ เศษใบหญ้าทีได้ร่วงหล่นลงพื้นกลายเป็นโปรตีนชั้นดี อีกทั้งป่าชายเลนยังเป็นสถานที่อนุบาลสัตว์น้ำต่างๆที่มีความสำคัญต่อองค์กร ชุมชนและคนในประเทศอย่างมากในเชิงเศรษฐกิจ เช่น ตัวอ่อนของหอยนางรม ปูม้า ปลากระบอก ปูแสม กุ้งแช่บ๊วย กุ้งกุลาดำ เป็นต้น

 

นอกจากนี้ป่าชายเลนยังเป็นสถานที่ที่ได้รวบรวมพืชพันธุ์นานาชนิดเอาไว้มากมาย  เป็นแหล่งการเรียนรู้และการศึกษาให้แก่มนุษยชาติ สามารถที่จะช่วยป้องกันภัยธรรมชาติ ที่จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชนในพื้นที่ เต็มไปด้วยอัตราการสังเคราะห์แสงที่สูงมาก ช่วยลดก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ และเพิ่มออกซิเจน อากาศบริสุทธิ์นั่นเอง นอกจากนี้ป่าชายเลน หรือป่าโกงกาง ยังเป็นมีความสามารถในการป้องกันกระแสน้ำที่เข้ากระทบกับบริเวณชายฝั่ง ช่วยปกป้องหน้าดินไม่ให้พังทลายอีกด้วย

และนี่ก็เป็นเรื่องราวของป่าชายเลน สถานที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลที่หลายคนมักจะลืมเลือน และไม่ค่อยให้ความสนใจมากนัก แต่ต้องบอกเลยว่าที่นี่ยังคงเป็นแหล่งการเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยวที่ล้ำค่าและช่วยเสริมสร้างสิ่งที่ดีต่อทรัพยากรโลก ต่อมนุษย์และเหล่าสัตว์น้ำอยู่เสมอ ควรค่าแก่การลองแวะเวียนไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่อควาเรียม

aquarium

ปัจจุบันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากขึ้น เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมายที่สามารถเชื่อมต่อกันทั่วโลก ได้เห็นสิ่งใหม่ๆที่มีการพัฒนาอยู่เสมอ เช่นเดียวกันกับสถานที่ท่องเที่ยวที่มีให้เลือกมากมาย หลากหลายสถานที่ตามไลฟ์สไตล์และความชอบของแต่ละคน และการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่คุณสามารถเข้ามาเห็นและเรียนรู้ได้ด้วยตาตัวเอง นั่นก็คือการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์นั่นเอง

 

ในยุคสมัยนี้นักเดินทาง นักท่องเที่ยวจำนวนมากให้ความสนใจในการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ที่จะทำให้ได้เข้าไปสัมผัสและเรียนรู้ด้วยประสบการณ์จริง ได้พัฒนาศักยภาพพร้อมสร้างสรรค์ความคิดผ่านทางกิจกรรมต่างๆ ได้ดูของจริงแบบใกล้ชิด ช่วยสร้างความประทับใจ ความจดจำ เป็นการพักผ่อนหย่อนใจที่เต็มไปด้วยคุณค่าเป็นอย่างมาก  เพราะการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์นี้จำเป็นโอกาสที่ดีในการอนุรักษ์วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศของชุมชนไว้อย่างสมบูรณ์ เป็นการสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยว นักเดินทางรวมไปถึงผู้ประกอบการที่จะร่วมกันทำ ร่วมกันคิด เป็นรากฐานที่ดีในการท่องเที่ยวที่พัฒนาและยั่งยืนนั่นเอง

aquarium

ซึ่งการสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสร้างสร้างสรรค์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากนั่นก็คือ อควาเรียม(Aquarium) หรือ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สถานที่สำหรับจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ สิ่งมีชีวิตใต้น้ำ ซึ่งคำว่าอควาเรียม Aquarium นั้นก็คือมาจากคำว่า ตู้ปลา ที่จะเป็นการนำเสนอสิ่งที่น่าสนใจและความสวยงามสัตว์น้ำต่างๆที่จะมีทั้งสัตว์น้ำเค็มและสัตว์น้ำจืด ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา หรือเต๋า รวมไปถึงแมงดา ปลิงทะเล ดอกไม้ทะเล แมงกะพรุน ปลาหมึก เต่า ม้าน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ที่จะมีการจำลองระบบนิเวศของเหล่าสัตว์น้ำตามธรรมชาติ

 

เรียกได้ว่าเป็นอวาเรียมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่จะทำให้ผู้คนได้เข้าไปศึกษาถึงการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ ได้รับความเพลิดเพลิน สนุกสนานและยังเป็นตัวช่วยในการกระตุ้น ปลูกจิตสำนึกให้คนเราหันมารักษาสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันนี้ประเทศไทยก็สถานที่ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างอควาเรียมหลายแห่งกระจายไปทั่วทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเปน็็นสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเชียงใหม่ซูอควาเรี่ยม จังหวัดเชียงใหม่ , สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต Phuket Aquarium จังหวัดภูเก็ต ,สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำสงขลา จังหวัดสงขลา, สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืดกรุงเทพมหานคร กรมประมง ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน , สยามโอเชียนเวิลด์ ในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน , พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง , อันเดอร์วอเตอร์เวิลด์ Underwater World พัทยา จังหวัดชลบุรี เป็นต้น

 

เช่นเดียวกับทั่วโลกที่มีอควาเรียมที่มีชื่อเสียงหลายแห่งเช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจอร์เจีย (Georgia Aquarium) ที่แอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา , อันเดอร์วอเตอร์เวิร์ล (Underwater World) ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย

ซีเวิร์ล (Sea World)  รวมไปถึงพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำซือเหม่-หลงโอเชียนคิงดอม ที่เกาะเฮงฉิน เซินเจิ้น ประเทศจีน เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก

วิธีหางานที่ใช่และเหมาะสมกับคุณมากที่สุด เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เพราะชีวิตต้องใช้ตัง

ทำงานอะไรดีนะ? เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยตั้งคำถามนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่กำลังหางานแต่ยังไม่เจองานที่ตนเองชอบหรือคนที่กำลังมองหางานใหม่เนื่องจากงานที่กำลังทำอยู่ไม่ใช่แบบที่ตัวเองต้องการ ทั้งนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องปกติทั่วไปที่หลายคนอาจจะยังไม่เจองานที่ใช่และอยากที่จะทำไปนานๆ เพราะฉะนั้นเราจึงมีเทคนิคการหางานดีๆกับวิธีหางานที่ใช่และเหมาะสมกับคุณมากที่สุด แนวทางที่จะช่วยประกอบการตัดสินใจและทำให้ตัวคุณมีเป้าหมายในการหางานมากยยิ่งขึ้น

1.งานที่คุณทำแล้วมีความสุข

ควรหางานที่ตัวคุณอยากทำจริงๆ ไม่ใช่แค่เพียงเข้างานตามเวลาหรือทำงานผ่านไปวันๆ นอกจากที่จะทำให้การทำงานของคุณมีประสิทธิภาพน้อยลงแล้วยังเสียประวัติการทำงานอีกด้วย เพราะฉะนั้นควรหางานที่ทำให้คุณรู้สึกรักและอยากที่จะทำให้จริงๆ งานที่ทำให้คุณสุขและมีแรงทุกช่วงเวลาไม่ว่าจะเจอปัญหาแค่ไหนก็ตาม

2.ทักษะงานที่เหมาะสมกับคุณ

จะดีหรือไม่ถ้าหากคุณหางานที่เหมาะสมกับความสามารถของคนเองไม่ว่าจะเป็นทั้งทางด้านทักษะความสามารถพิเศษ บุคลิกภาพ และสายงานที่คุณเรียนมา เพื่อที่จะทำให้คุณได้ค้นพบอาชีพใหม่ๆและเป็นกาทดลองงานว่า แบบไหนที่ใช่สำหรับคุณมากที่สุด

3.ปรึกษาผู้มีประสบการณ์

ลองปรึกษาผู้มีประสบการณ์ในสายงานที่คุณสนใจหรือผู้ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านต่างๆที่จะช่วยให้คำปรึกษาและชี้แนะแนวทางในการพัฒนาความสามารถและการหางานตามแบบที่คุณชอบได้ การปรึกษาผู้มีประสบการณ์หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบุคคลอาชีพต่างๆจะทำให้คุณเห็นเนื้องาน ความยากง่าย ข้อดีข้อเสียและทัศนคติที่จะทำให้คุณสมัครงานได้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น

4.งานที่ทำให้คุณได้พัฒนา

ควรหางานที่ทำให้คุณได้พัฒนาความสามารถและเรียนรู้อยู่เสมอ เพื่อที่จะทำให้คุณมีแรงผลักดันและกระตือรือร้นในการทำงาน มีการฝึกฝนและทำให้คุณไม่หยุดนิ่ง ซึ่งถ้าหากคุณยังไม่รู้ว่าอยากสมัครงานอะไร หรือไปหางานที่ไหนดี ลองใช้วิธีการฝึกงานกับสถานที่ต่างๆเพื่อที่จะสะสมประสบการณ์ หรือพิจารณาว่างานแบบไหนที่จะทำให้คุณก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

นอกจากนี้คุณอาจจะลองมองหาอาชีพใหม่ๆหรืออาชีพที่น่าสนใจและลองศึกษารายละเอียดข้อมูลต่างๆได้ที่ https://www.jobtopgun.com/ เพราะบางครั้งอาชีพที่คุณไม่คาดคิดหรือไม่เคยได้ทำอาจจะกลายเป็นอาชีพที่ใช่สำหรับคุณก็ได้ ในปัจจุบันนี้มีบริษัทที่รับสมัครงานหลากหลายตำแหน่ง รับสมัครพนักงานมากมาย เชื่อเถอะว่าคุณจะต้องหางานที่ใช่และเหมาะสมกับคุณได้แน่นอน

จังหวัดที่มีทะเลงดงาม

ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย เต็มไปด้วยความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ และสิ่งที่เรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยและมีการพูดถึงกันในวงกว้างก็คือทะเลอันงดงาม ไม่ว่าจะเป็นชายหาด เกาะ หมู่เกาะ อุทยานต่างๆที่มีความสวยโดดเด่น ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่ต่างจะมาเยี่ยมชมและพักผ่อนหย่อนใจ ทำกิจกรรมทางน้ำที่เพิ่มความสนุกสนาน พร้อมทั้งได้รับประสบการณ์ที่แสนน่าประทับใจ

 

จังหวัดที่มีทะเลงดงาม

ประเทศไทยนั้นมีจังหวัดที่มีพื้นที่ทะเลทั้งหมดรวม 23 จังหวัด โดยจะแบบออกเป็น 2 ฝั่งก็คือ ฝั่งอันดามันที่จะมีอยู่ 6 จังหวัด และฝั่งอ่าวไทยอีก 17 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีชายฝั่งทะเลยาวที่สุด ก็คือจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่มีความยาวชายฝรั่งถึง 251 กิโลเมตร และชายฝั่งทะเลที่สั้นที่สุด คือเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร กับความยาว 5.5 กิโลเมตร อย่างไรก็ตามทะเลของประเทศไทยก็ยังเป็นที่ชื่นชอบและสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมกันอย่างแพร่หลายและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆในอนาคต

 

สำหรังจังหวัดที่มีทะเลงดงามในประเทศไทยนั้นก็ต้องบอกเลยว่าทะเลเมืองไทยสวยงามเกือบทุกจังหวัด แต่จังหวัดที่ได้รับความนิยมและมีเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างมากนั้น มีดังต่อไปนี้

 

จังหวัดระยอง

จังหวัดระยอง ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งชายทะเลฝั่งตะวันออกที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก มีชายฝั่งทะเล 95 กิโลเมตร อีกทั้งยังมีระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก มีการเดินทางคมนาคมที่สะดวก สำหรับแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลในจังหวัดระยองนั้นมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นอุทธานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าหมู่เกาะเสม็ด,หาดแม่รำพึงและบ้านก้นอ่าวที่จะมีน้ำทะเลที่ใสสะอาด หาดทรายเม็ดสีนวลตา รวมไปถึงแหล่งจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์พื้นเมืองและอาหารทะเลที่ตั้งอยู่ที่ตลาดบ้านเพ รวมไปถึงแหล่งรวบรวมพันธุ์สัตว์น้ำหายากและมีความสวยงามมากอย่างสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยองที่จะทำให้คุณได้ใกล้ชิดกับสัตว์น้ำมากยิ่งขึ้น  นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายทั้ง สวนวังแก้ว,แหลมแม่พิมพ์,อ่าวไข่ และหาดสวนสน เป็นต้น

 

จังหวัดกระบี่

กระบี่ จัดว่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีทะเลและสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากมาย ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่แวะเวียนมาท่องเที่ยวไม่ขาดสาย จังหวัดกระบี่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นป่า ภูเขา รวมไปถึงทะเลที่มีเกาะน้อยใหญ่อันสวยงามคอยต้อนรับนักท่องเที่ยว สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของจังหวัดกระบี่ก็คือ สุสานหอย สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ,หาดนพรัตน์ธารา ที่มีพื้นที่สำหรับการพักผ่อน ตั้งแคมป์สำหรับการสังสรรค์บนชายหาด,อ่าวพระนาง อ่าวสำคัญของและจุดศูนย์กลางของทะเลกระบี่,หาดทับแขก ความสวยงามที่เต็มไปด้วยความ สงบเงียบและสามารถมองทิวทัศน์โดยได้อย่างชัดเจนและสวยงาม หรืออาจจะเป็นการไปชมความงามของพระอาทิตย์ตกที่หาดทับแขก และสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอีกมากมาย ที่สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

 

 

จังหวัดที่มีทะเลงดงาม 2

 

 

จังหวัดภูเก็ต

ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีทะเลสวยและมีชื่อเสียงระดับโลกเลยทีเดียวสำหรับจังหวัดภูเก็ต ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นไข่มุกแห่งอันดามัน เต็มไปด้วยความสวยงามของธรรมชาติ มีน้ำทะเลที่ใสสะอาด หาดทรายสีขาวเนียน พร้อมทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่น่าสนใจมากมาย อีกทั้งภูเก็ตยังเป็นจังหวัดที่มีความทันสมัยและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่เพียบพร้อม เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดของประเทศไทย พร้อมทั้งมีความยาวชายฝั่งทะเลอยู่ที่ 185 กิโลเมตร สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งในจังหวัดภูเก็ตก็คือ หาดป่าตอง ที่ได้ชื่อว่าเป็นหาดที่สวยที่สุดในจังหวัดภูเก็ต,หาดกะรนที่มีต้นตาลและทิวรนเรียงเคียงคู่กับชายหาดแสนสวย,แหลมพรหมเทพ สถานที่ชมพระอาทิตย์ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย,จุดชมวิวสาวอ่าว ที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบได้อย่างชัดเจนและมีความสวยงามเป็นอย่างมากทั้งอ่าวกะตะ อ่าวกะรน อ่าวกะตะน้อย และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเข้ามาเยี่ยมชมอยู่ต่อเนื่องเลยทีเดียว

 

นอกจากนี้ยังจังหวัดที่ได้ชื่อว่ามีทะเลงดงามและสำคัญกับประเทศไทยอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น จังหวัดตรัง,จังหวัดประจวบคีรีขันธ์,จังหวัดพังงา,จังหวัดสุราษฏร์ธานี,จังหวัดสงขลา,จังหวัดระนอง และจังหวัดตราด เป็นต้น โดยแต่ละที่นั้นก็จะมีเอกลักษณ์ ความงดงามทางธรรมชาติและทะเลที่เต็มไปด้วยความสวยงามและโดดเด่น สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น และจังหวัดเหล่านี้ก็ยังได้รับความนิยมอย่างกว้างในทั่วโลก มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเยี่ยมเยียนอยู่เสมอ รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มักจะใช้เวลาว่าง วันหยุดในการมาดื่มด่ำกับจังหวัดแห่งชายทะเลที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ และน่าสัมผัสเป็นอย่างยิ่ง

 

นอกจากนี้จังหวัดที่มีทะเลงดงามแต่ละที่ยังได้มีพัฒนาปรับปรุงพื้นที่และอนุรักษ์ธรรมชาติให้มีความสวยงามเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ โรงแรมที่พักแต่ละที่ก็มีให้เลือกหลากหลาย มีการออกแบบที่เข้ากับทัศนีภาพที่งดงามโดยรอบได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นหากคุณมีเวลาว่าง หรือถึงวันหยุดเมื่อไหร่ ลองแวะเวียนท่องเที่ยวเมืองแห่งชายทะเลเหล่านี้เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ พร้อมทั้งเต็มอิ่มกับความงดงามทางธรรมชาติแบบไม่ต้องไปไกลถึงเมืองนอกเลยทีเดียว

ที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามในไทย

ถ้าหากกล่าวถึงเอกลักษณ์หรือสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากทั้งชาวไทยและจากทั่วโลกอยากที่จะเข้ามาเยี่ยมชมในประเทศมากที่สุดอย่างหนึ่งคงจะไม่พ้นที่ท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศไทยที่มีความสวยงาม บรรยากาศดี วิวทิวทัศน์และทัศนียภาพโดยรอบที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ เงียบสงบ งดงาม เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังที่ท่องเที่ยวทางทะเลต่างๆยังเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ มีอาหารทะเลแสนอร่อยคอยบริการ มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่ทันสมัย รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆที่ช่วยสร้างความสนุกสนานและเต็มอิ่มให้กับนักท่องเที่ยว เพราะเหตุนี้จึงทำให้ประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งทะเลสวย น้ำใส และแห่งท่องเที่ยวอันสวยงามที่จะต้องมาเยี่ยมชมให้ได้สักครั้งในชีวิต

ที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามในไทย

แล้วที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามในไทยนั้นมีที่ไหนบ้าง แต่ละที่มีจุดเด่นหรือรูปแบบอย่างไร สวยและน่าประทับใจขนาดไหน เราไปทำความรู้จัก เพื่อเป็นแนวทางในการท่องเที่ยวกัน

เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ได้ชื่อว่าเป็นเกาะสวรรค์แห่งทะเลอ่าวไทยเลยทีเดียวสำหรับ เกาะเต่า จังหวัดสุราษฏร์ธานี ได้รับการขนานนามว่าเป็นจุดดำน้ำที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากประเทศออสเตรเลียเลยทีเดียว เคยเป็นสถานที่วางไข่ของเต่าทะเลจำนวนมาก จนนำมาซึ่งชื่อของเกาะนั่นเอง เกาะเต่านั้นเต็มไปด้วยปะการังน้ำลึกและน้ำตื่นที่มีความอุดมสมบูรณ์และสวยงามเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยปลาทะเลหลากหลายสายพันธุ์ หาดทรายสีขาวสะอาดตา น้ำทะเลที่สวยและใสเป็นอย่างมาก ภายในเกาะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งจุดชมวิวนางยวน หาดปะการัง  เป็นต้น คุณสามารถที่จะแวะเวียนมาเที่ยวที่เกาะเต่าได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังน้ำทะเลยังใสตลอดทั้งปีและมีความอุดมสมบูรณ์สูงอีกด้วย

เกาะทะลุ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เกาะทะลุ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่ที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันต์ เป็นเกาะที่มีความสวยงาม เป็นเอกลักษณ์และแปลกตา โดดเด่นเป็นอย่างมาก ที่นี่เป็นสถานที่ยอดนยิมในการดำน้ำดูปะการังน้ำตื้น สามารถที่จะพบปลาทะเลได้หลากหลายสายพันธุ์ โดยที่สามารถพบได้มากที่สุดคือ ปลาผีเสื้อ ปลากระเบน และปลาการ์ตูนเป็น สำหรับสิ่งที่ทำให้เกาะทะลุเป็นจุดเด่นก็คือ ด้านหัวของเกาะจะมีถ้ำกว้างที่สามารถมองทะเลได้สองฝั่งเหมือนดั่งซุ้มประตูจึงเป็นที่มาของชื่อเกาะทะลุ อีกทั้งยังมีความอุดมสมบูรณ์สูง มีหินกรวดแบบมนๆบริเวณชายหาด บรรยากาศโดยรอบเหมาะสำหรับการพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง

 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า หมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ที่อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา โดยที่นี่ได้รับคำนิยมจากนักท่องเที่ยวที่เคยมาเยี่ยมเยียนและชาวบ้านในบริเวณนี้ว่าเป็นเสมือนสวรรค์ใต้สมุทรที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งหมู่ปลาน้อยใหญ่หลากหลายสีสัน หมู่ปะการังที่อุดมสมบูรณ์ ทัศนียภาพโดยรอบที่งดงาม น้ำทะเลสวยและใสเหมือนดั่งกระจกเงา หาดทรายที่ขาวนวลตา เรียกได้ว่าเป็นหมู่เกาะที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติได้สร้างขึ้นเป็นอย่างมาก จนทำให้หมู่เกาะสิมิลันติด 1 ใน 10 อันดับโลกในเรื่องของแหล่งน้ำลึกที่สวยงามเป็นอย่างมาก  รับรองเลยว่าถ้าหากคุณได้มาเยี่ยมชม พักผ่อนที่นี่พร้อมทำกิจกรรมต่างๆจะต้องประทับใจอย่างไม่รู้ลืมแน่นอน

 

อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตนธารา จังหวัดกระบี่

อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตนธารา  หรือ หมู่เกาะพีพี อยู่ที่จังหวัดกระบี่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่จะครอบคลุมทะเลอันดามันทางด้านทิศตะวันของตกของภาคใต้ หมู่เกาะพีพีได้ชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลในยุคบุกเบิกที่เริ่มต้นมายาวนาน เป็นตำนานของทะเลไทยที่สวยงามและมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง พื้นที่โดยรอบๆเกาะเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ทั้งสิ่งมีชีวิตใต้น้ำหลากหลายสายพันธุ์ หมู่ปะการัง มีถ้ำที่สวยงาม มีภูเขาหินปูนที่มีหน้าผาเรียงกันเป็นชั้นๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของที่แห่งนี้เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีชายหาดที่ทอดยาว น้ำทะเลสวยและใสเป็นอย่างมาก ทิวทิศน์รอบๆงดงามน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง

เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล

ไม่กล่าวถึงที่นี่คงไม่ได้สำหรับเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา บนเกาะเล็กๆแห่งนี้เต็มไปด้วยความงดงามทางธรรมชาติและท้องทะเลที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง หาดทรายสีขาวเนียนสวยราว ทะเลสีฟ้าครามที่ใสสะอาด นอกจากนี้ยังมีแนวปะการังทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ความร่มรื่นและบรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง

ที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามในไทย 2

นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีแหล่งท่องเที่ยวทะเลที่สวยงามอีกมากมายในจังหวัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดระนอง จังหวัดระยอง จังหวัดตราด จังหวัดชลบุรี ที่มีการพัฒนาและดูแลให้คงสภาพความงดงามและมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าทะเลในเมืองไทยยังคงเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศอยู่เสมอ ที่ทุกคนล้วนแต่จะได้รับการพักผ่อน ท่องเที่ยวที่คุ้มค่าและน่าประทับใจ จนอยากที่จะกลับมาสัมผัสประเทศไทยและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นวันหยุดหรือวันว่างลองวางแผนเที่ยวทะเลเมืองไทยกันดีกว่า รับรองเลยว่าคุณจะต้องติดใจแน่นอน

แหล่งท่องเที่ยวเกี่ยวกับสัตว์ทะเลในประเทศไทยมีที่ไหนบ้าง

ท้องทะเลไทยนับได้ว่าเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหรืออย่างเรา ๆ ชื่นชอบ กับการได้ไปพักผ่อนหย่อนใจ ล้อมรอบด้วยธรรมชาติ แต่นอกจากท้องทะเลจะมีธรรมชาติที่สวยงามแล้ว อีกสิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลที่กว้างใหญ่ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ใครหลายคนอยากจะใกล้ชิดชื่นชมสิ่งมีชีวิตภายใต้ท้องทะเลได้อย่างตื่นตาตื่นใจ แต่การจะไปสัมผัสความลี้ลับของท้องทะเลนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย เพราะสัตว์ทะเลบางสายพันธุ์มีพละกำลังหรือพิษที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต หรืออยู่ลึกเกินกว่าจะดำน้ำไปพบเจอมันได้ แต่เดี๋ยว!! อย่าเพิ่งท้อแท้ใจไป เราสามารถไปศึกษาและชื่นชมความงามของสัตว์ท้องทะเลในประเทศไทยได้แล้วที่พิพิธภัณฑ์แสดงสัตว์น้ำ ณ ที่แห่งนี้ เราจะได้เรียนรู้และมองเห็นตัวจริงเสียงจริงของสัตว์ทะเลทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น อย่างใกล้ชิดและปลอดภัย แถมได้ความรู้ใหม่ ๆ กลับไปเพียบ มาดูกันสิว่าพิพิธภัณฑ์แสดงสัตว์น้ำมีที่ไหนกันบ้าง

1. Bangkok Sea Life Ocean World ณ ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน

อุทยานสัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดแสดงสัตว์น้ำจากทั่วโลกกว่า 30,000 ตัว 400 กว่าชนิด รวมทั้งปลาน้ำเค็ม ปลาน้ำจืด สัตว์เลื้อยคลาน ครึ่งบกครึ่งน้ำ ที่หายากของโลก  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ผู้เข้าชมได้ร่วมทำพร้อมกับการได้รับความรู้กลับไปด้วย มีการแสดงโชว์ที่หลากหลาย เช่น ให้อาหารปลา ให้อาหารเพนกวิน และให้อาหารฉลาม  โดยตั้งอยู่บนชั้น B1-B2 ห้างสยามพารากอน เวลาเข้าชม เปิดบริการทุกวัน เวลา 9.00 – 22.00 น.

Bangkok Sea Life Ocean World

2. Chiangmai Zoo Aquarium

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำครบวงจรแห่งแรกหนึ่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อุโมงน้ำขนาดใหญ่และถือได้ว่ามีความยาวมากที่สุดในโลก จัดแสดงพันธ์สัตว์น้ำ แสดงทั้งพันธุ์สัตว์น้ำจืดและน้ำเค็มมากกว่า 20,000 ตัว โดยสัตว์น้ำมีมากกว่า 250 สายพันธ์ เป็นการแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจากสองป่าฝนที่สำคัญของโลกทั้งเอเชียและอเม เหมาะแก่การเรียนรู้ทัศนะศึกษา สามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์และร่วมทำกิจกรรมได้ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย และครอบครัว เวลาเข้าชม  จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 17.30 น. เสาร์ – อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 – 18.00 น.

Chiangmai Zoo Aquarium

3. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ จังหวัดหนองคาย (Nongkhai Aquarium) โดย มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ที่นี่คือศูนย์กลางการศึกษาและการวิจัยด้านการประมง รวบรวมและแสดงพันธุ์สัตว์น้ำของเขตภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งพันธุ์ปลาน้ำจืด พันธุ์ปลาน้ำเค็ม และพันธุ์ไม้น้ำ มีการแสดงดำน้ำโชว์ให้อาหารปลา เป็นส่วนจัดแสดงสัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ปิดทำการทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เปิดให้บริการ วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 17.00 น.

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ จังหวัดหนองคาย